เช็คลิสต์ 10 จุด ปรับหน้าสินค้า TPT ให้ยอดขายพุ่ง

แค่ใบงานสวยยังไม่พอ! มาดูเช็คลิสต์ 10 จุดที่จะเปลี่ยนหน้าสินค้า TPT ธรรมดาให้กลายเป็นเครื่องผลิตเงิน

เช็คลิสต์ 10 จุด ปรับหน้าสินค้า TPT ให้ยอดขายพุ่ง

เคยไหมคะ? ตั้งใจทำใบงานออกมาสวยเป๊ะ ใช้เวลาหลายวันกว่าจะเสร็จ อัปโหลดขึ้นร้าน TPT แล้วก็นั่งรอ... แต่ยอดขายกลับนิ่งสนิทสวนทางกับความตั้งใจของเราซะงั้น ปัญหานี้อาจไม่ได้อยู่ที่ตัวใบงานของเราไม่ดีนะคะ แต่อาจเป็นเพราะ "หน้าร้าน" หรือ หน้าสินค้า TPT (Product Listing) ของเรายังไม่น่าสนใจพอที่จะทำให้คุณครูท่านอื่นตัดสินใจกด "Add to Cart" นั่นเองค่ะ

ลองนึกภาพตามนะคะ หน้าสินค้าของเราก็เหมือนเซลส์แมนที่คอยขายของให้เรา 24 ชั่วโมง ถ้าเซลส์แมนคนนี้แต่งตัวไม่น่ามอง พูดจาไม่รู้เรื่อง ไม่สามารถบอกได้ว่าสินค้าของเราจะช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้อย่างไร โอกาสที่จะขายของได้ก็คงน้อยมากๆ ใช่ไหมคะ

วันนี้พี่เลยจะมาชวนทุกคนตรวจสุขภาพร้าน ด้วย "เช็คลิสต์ 10 จุด ปรับหน้าสินค้า TPT ให้ยอดขายพุ่ง" ที่กลั่นมาจากประสบการณ์ตรงและเทคนิคที่ร้านใหญ่ๆ ใช้กันค่ะ ลองหยิบสินค้าในร้านมาเช็คไปพร้อมๆ กันเลยนะคะ!

1. ด่านแรกที่ต้องผ่าน: Product Title และ Cover Image

นี่คือสองสิ่งที่ผู้ซื้อจะเห็นเป็นอันดับแรกในหน้าผลการค้นหา ถ้าสองอย่างนี้ไม่ดึงดูดใจ เขาก็จะเลื่อนผ่านเราไปหาร้านอื่นทันทีค่ะ

2. โชว์ของให้สุด! ด้วย Preview Images และวิดีโอ (หัวใจสำคัญของหน้าสินค้า TPT)

หลังจากลูกค้าคลิกเข้ามาเพราะชื่อกับปกแล้ว สิ่งต่อไปที่เขาจะทำคือการดู "พรีวิว" ค่ะ นี่คือโอกาสทองที่เราจะโน้มน้าวให้เขาเห็นว่าสินค้าของเราดีงามและคุ้มค่าแค่ไหน

3. เขียน Description อย่างไรให้ TPT รัก และลูกค้ากดซื้อ

หลายคนตกม้าตายตรงนี้เพราะคิดว่าไม่มีใครอ่าน แต่จริงๆ แล้ว Description สำคัญต่อ TPT SEO มากๆ และเป็นส่วนที่ปิดการขายได้เลยค่ะ

4. เก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แต่สร้างความแตกต่าง

เมื่อองค์ประกอบหลักครบแล้ว อย่าลืมเก็บรายละเอียดทางเทคนิคเหล่านี้ ซึ่งเป็นตัวช่วยกรองให้ลูกค้าเจอเราง่ายขึ้นค่ะ


ครบแล้วค่ะสำหรับเช็คลิสต์ 10 จุดสำคัญในการปั้น หน้าสินค้า TPT ของเราให้กลายเป็นสุดยอดเซลส์แมนมือทอง! การมีสินค้าที่ดีเป็นแค่จุดเริ่มต้น แต่การนำเสนอสินค้าให้น่าสนใจและแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ยอดขายของเราเติบโตอย่างยั่งยืนค่ะ

ไม่ต้องรีบร้อนทำทุกอย่างในวันเดียวนะคะ ค่อยๆ ลองนำไปปรับใช้ทีละข้อสองข้อกับสินค้าในร้านดูค่ะ รับรองว่าจะต้องเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นแน่นอน ถ้าอยากมีเพื่อนร่วมทางหรือมีคำถามเพิ่มเติม แวะมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ในคอมมูนิตี้ของ KindleStartup นะคะ พวกเราพร้อมซัพพอร์ตเสมอค่ะ

← กลับไปหน้ารวมบทความ