Mindset คืออะไร?

 

     ช่วงนี้เห็นคนพูดถึงเรื่อง “Mindset” กันบ่อยและใช้กันในหลายความหมาย บางทีก็ทำให้สับสนว่าคนเขียนบทความต้องการที่จะสื่อถึงอะไรกันแน่ 

     ผมจึงเริ่มเปิด Dictionary หาคำแปลของ “Mindset” ได้ว่า “ความเชื่อที่ส่งผลต่อพฤติกรรม” มีคำเหมือนก็คือ Attitude และ Belief ก็ถือว่าเข้าใจได้ระดับหนึ่ง

     จากนั้นก็ลองค้นต่อไปใน Wikipedia ซึ่งผลได้ออกมาเป็นภาษาอังกฤษที่อ่านยาก เห็นแล้วก็ขอข้ามไปก่อน นั่งค้นดูตามเว็บต่างๆ ต่อไปอีกจำนวนหนึ่ง  สรุปแล้วพบว่า การให้ความหมายของคำว่า Mindset ค่อนข้างยากต่อการเข้าใจจริงๆ ด้วยครับ

     ในฐานะที่ผมได้ร่ำเรียนทางจิตวิทยามาบ้าง เลยคิดว่าต้องค้นคว้าความหมายของคำว่า “Mindset” จริงๆ ซะแล้ว และจะถือโอกาสทำ eBook แจกไปด้วย เผื่อว่าจะมีคนสนใจอยากจะรู้เหมือนผมขึ้นมาอีก

(ต้องขอออกตัวก่อน ว่าผมเขียนแบบนั่งคิดเอาเองเชิง Concept ไม่ได้อ้างอิงเชิงวิชาการนะครับ)

     มาดูเนื้อหาที่ผมสรุปได้กัน

     ผมขอเริ่มจากว่า “Mindset” นั้น ได้เกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับตัวเรา เป็น Individual (ลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละคน) ที่เกิดขึ้นมาจากประสบการณ์ที่ผ่านมาตลอดทั้งชีวิตของเราครับ ซึ่งจะส่งผลให้เราตัดสินใจและมีพฤติกรรมต่อเรื่องต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละคน

เช่น ถ้าคนเคยโดนหมากัดตอนเด็กๆ โตมาอาจมี Mindset ที่กลัวหมา กับอีกคนที่ตอนเด็กๆ ที่บ้านรักหมามาก โตมากับหมาน่ารักๆ เต็มบ้าน สองคนนี้เวลาเจอหมาก็จะมี Mindset ที่แตกต่างกัน เป็นต้น

     สังเกตว่า Mindset นี่จะเป็นเรื่องในระดับความคิดนะครับ ที่จะส่งผลให้เรามีพฤติกรรมเป็นแบบโน้นแบบนี้ และเราจะไม่รู้ตัวเนื่องจากว่ามันอยู่ในจิตใต้สำนึก (จิตส่วนนี้เราควบคุมไม่ได้ ไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ แต่ว่าทรงอิทธิพลมาก)

เช่น ถ้าคุณมี Mindset ว่าคุณเป็นผู้หญิง แต่จริงๆ แล้วคุณเป็นผู้ชาย จะเกิดอะไรขึ้น คุณก็จะเบี่ยงเบนทางเพศ ซึ่งในกรณีนี้ชีวิตของคุณจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นี่แหละครับอิทธิพลของ Mindset

     เขาก็เลยบอกกันไงครับว่าถ้าปรับ Mindset ได้ชีวิตก็เปลี่ยน เราจะเก่งขึ้นได้ ร่ำรวยขึ้นได้ ประสบความสำเร็จได้ มีความสุขได้ ฯลฯ ทีนี้เราลองมาดูรายละเอียดกันต่ออีกสักนิดครับ

It is your mind that creates this world.” Buddha

     เริ่มจากคำที่คล้ายกันที่มีมาให้ใน Dictionary คือ Belief คำนี่น่าจะมีน้ำหนักน้อยกว่า เช่น เราเชื่อในข่าว หรือเชื่อในเรื่องที่บอกเล่ากันต่อๆ มา ทำนองนี้ มันจะไม่หนักแน่นเท่า และเปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่ามากๆ

    แต่ว่ามันจะมีคำที่เกี่ยวข้องกันจริงๆ ที่ใช้กันอยู่เยอะและทำให้สับสนอีก 2 คำ ก็คือคำว่า “Perspective” ที่แปลว่ามุมมอง (ใกล้กับคำว่าทัศนคติ Attitude) และคำว่า “Paradigm” ที่แปลกันว่า “กระบวนทัศน์” ตัวแรกไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ เพราะเจอใช้กันในข่าวภาษาอังกฤษอยู่บ่อยๆ

     ทีนี้ตัวที่สอง เราจะไม่ค่อยพบการใช้ก็คือคำว่า “Paradigm” ผมขอให้ความหมายง่ายๆ ว่าเป็นกรอบหรือ Framework ของคนเราต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น เรื่องของฟิสิกส์ ถ้าเรามีความเชื่อตามทฤษฏีที่เราได้เรียนมา เวลาเราจะทำอะไร หรือมองอะไร เราก็จะนึกถึงกรอบทฤษฏีทางฟิสิกส์เสมอ อย่างมองลูกบอลกลิ้งลงจากเนิน เราก็จะคิดว่าเพราะมันกลมและกลิ้งลงตามความลาดเอียง เป็นต้น

http://www.dreamstime.com/-image25037943
Image from dreamstime.com

     ตัวอย่างเรื่อง Paradigm นี้มีเรื่องสนุกที่เล่าต่อกันมาว่า “ไอน์สไตน์ได้บรรยายเรื่อง Paradigm Shift โดยถามนักศึกษาว่า มีช่างซ่อมหลังคาสองคนปีนจากปล่องควันลงมา คนหนึ่งตัวเปื้อนเขม่าหมด อีกคนไม่เปื้อนเลย เพราะอะไร? ซึ่งไม่มีใครตอบถูก แล้วเขาก็เฉลยว่า เพราะคำถามผิด! เพื่อเป็นการแสดงตัวอย่างของการคิดอะไรใหม่ๆ ที่หลุดจากกรอบเดิมว่ายากแค่ไหน”  (ขอเล่าสั้นๆ นะครับ และถ้ารายละเอียดของเรื่องผิด ก็ต้องขออภัยด้วยครับ)

     ทีนี้เรามาสรุปกันอีกที ว่าทั้ง 3 คำ มันจัดเรียงตัวอยู่กันแบบนี้ครับ เริ่มจาก “Mindset” จะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมซึ่งจะอยู่ในสมองส่วนลึกๆ ของเรา เมื่อมีเรื่องอะไรซักเรื่องหนึ่ง ผ่านเข้ามา เราก็จะมองโดยใช้มุมมอง หรือ “Perspective” ของเรา และเราก็จะทำความเข้าใจกับสิ่งนั้นๆ ตาม “Paradigm” ที่เรามี แต่ก็จะตอบสนองพฤติกรรมตาม Mindset อีกที ประมาณนี้ครับ (ผิดถูกไม่แน่ใจ หาอ้างอิงไม่ทันครับ)

     มาถึงเรื่องที่สำคัญกันครับ ก็คือมีผู้รู้เขาบอก และผมก็เชื่อว่า Mindset ของเรานั้นสามารถเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาได้ คุณจะเป็น Winners หรือ Losers ก็ได้ ขึ้นอยู่กับ Mindset ของคุณครับ

     โดยวิธีการง่ายๆ ในการปรับ Mindset นั้น ผมคิดเอาเร็วๆ ว่าเราน่าจะใช้กรอบทฤษฏีพฤติกรรมนิยมมาเป็นแนวทาง คือการใช้สภาพแวดล้อมมาเป็นตัวช่วย เช่น การจัดบ้าน จัดที่ทำงาน การจัดตารางเวลาใหม่ การอ่านหนังสือ การคบเพื่อน การเข้าสังคม ฯลฯ สรุปคือปรับปรุงสภาพแวดล้อมของเราให้เอื้อต่อสิ่งที่เราอยากจะเป็น ก็เหมือนแอบหลอกตัวเองหรือสะกดจิตตัวเอง ให้คิดว่าเราเป็นแบบนั้นแบบนี้อย่างที่เราต้องการจะเป็นนั่นเอง

     การปรับพฤติกรรมหรือการปรับความคิดนั้น ขั้นแรกเราจะเกิดสภาวะชั่วคราวขึ้นมา (จริงๆ อันนี้ง่าย บางทีแค่คำเพียงหนึ่งประโยคก็ช่วยให้เราปรับความคิดของเราได้แล้ว เช่น พวกคำคมต่างๆ) และเมื่อเราเริ่มทำพฤติกรรมแล้วมันส่งผลลัพธ์ที่เราพอใจ เราก็จะเกิดแรงจูงใจให้ทำอีก พอทำอย่างต่อเนื่อง ก็จะเป็นสภาวะถาวรขึ้นมาครับ (Habit) เทคนิคก็คือให้เริ่มจากเรื่องที่เล็กๆ และง่ายมากๆ ก่อน

     การปรับ Mindset นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยาก ลองคิดดูว่าจิตแพทย์เขายังแก้ไขพฤติกรรมของคนป่วยที่จิตไม่ปกติได้เลย ทำไมจะไม่มีวิธีที่จะทำให้คนปกติหนึ่งคน เปลี่ยนความคิดจนกลายเป็นคนที่ทำอะไรก็สำเร็จไปทั้งหมดไม่ได้ละ ใช่มั้ยครับ!

 

“No one can go back and Change a bad beginning; But anyone can start now and create a successful ending”


สำหรับคนที่สนใจเนื้อหาเพิ่มเติม ผมได้สรุปเอาไว้ใน eBook เล่มนี้ครับ สามารถโหลดกันได้ฟรีเลยครับผม

 

Free Mindset eBook

 

 

Related Post

Mindset สำคัญอย่างไร      อย่างที่รู้กันแล้วนะครับว่า “Mindset” ที่ดีนั้น จะสามารถช่วยส่งเสริมให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตได้ โดยเขาได้แบ่งประเภทของคนออกตาม Mindset เป...
อยากจะประสบความสำเร็จ ต้องมี Mindset ยังไง?...   อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วนะครับว่า "Mindset" หรือกระบวนการทางความคิดนั้นมีความสำคัญต่อความสำเร็จในชีวิตอย่างมาก เห็นได้ชัดเวลาที่มีคนตั้...

Published by

Phows

Phows

Phowpinyo Shimbhanao

Comments